"เชิญร่วมบุญใหญ่สร้างวิหารจักรพรรดิน้อมถวายบูชาหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"
หลวงตาม้า(ศิษย์หลวงปู่ดู่)ได้ดำริจัดสร้างวิหารจักรพรรดิขึ้น เพื่อเพื่อถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา โดยมีหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด
สิ่งที่พวกเราท่านลูกหลานหลวงปู่สามารถทำได้โดยไม่ต้องแบ่งฐานะทางด้านการเงินคือ สามารถที่จะร่วมใจกันโอนปัจจัยถวายเข้าบัญชี กองทุนพุทธพรหมปัญโญ ได้ทุกเดือนหรือตามสะดวก ทางวัดไม่ได้กำหนดว่าจะต้องโอนมาขั้นต่ำเท่าไรครับ ทุกท่านสามารถที่จะร่วมบุญได้ตามกำลังครับ
ซึ่งถ้าพวกเราพุทธศาสนิกชนได้ร่วมใจกันสร้างบุญบารมีกันช่วยหลวงตาม้ากันทุกเดือนผมว่า อีกไม่นานพวกเราก็จะมีวิหารจักรพรรดิ เพื่อเอาไว้ปฎิบัติกันอย่างถ้วนหน้า และสะดวกสบายสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนถ้ำใหญ่ได้เนื่องจาก อายุ และสังขาร เป็นประโยชน์มากครับ
หลวงตาม้ากล่าวว่า การร่วมกันสร้างวิหารจักรพรรดินั้นมีประโยชน์มาก เพราะว่า ผู้ที่ร่วมกันสร้างวิหารจักรพรรดิหลังนี้ อานิสงค์จะติดตามท่านไปทุกภพชาิติไป เพราะว่าบทสวดจักรพรรดิ เป็นบทสวดที่มีพลังงานที่ยังอยู่ในพื้นโลกมนุษย์ และไม่มีทางสูญหายไปไหนครับ และสามารถเป็นกำลังช่วยทุกท่านในทางโลก และทางธรรม วิหารจักรพรรดิหลังนี้ หลวงตาม้าแจ้งว่าจะมีอายุไปจนครบศาสนาองค์ปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อพวกเราละธาตุขันธ์ไปแล้ว เราก็จะได้มาเกิดสร้างบุญบารมีกันบริเวณนี้อีกเช่นเคย เพราะว่า พวกเราทั้งหลายได้ร่วมใจกันฝากกระแสกันไว้แล้วครับ
เชิญร่วมกันสร้างวิหารจักรพรรดิกันทุกเดือนนะครับ คนละ 50, 100, 1000 บาท ทุกเดือนตามกำลังของแต่ละท่านครับ เพื่อเป็นการสืบทอดพุทธศาสนาขององค์ปัจจุบันให้ครบ 5,000 ปี ต่อไปครับ และเป็นการต่ออายุพุทธศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย ต่อไปครับ
บัญชีร่วมบุญกับกองทุนพรหมปัญโญ
ชื่อบัญชี : พระวรงคต วิริยะธโร (หลวงตาม้า)
ธนาคาร : ธนาคารกสิกรไทย สาขามูลเมือง จ.เชียงใหม่
หมายเลขบัญชี : 383 223 9258
ภาพ : ความคืบหน้าวิหารจักรพรรดิ์ เดือนธันวาคม 2556
ที่มา : https://www.facebook.com/LuangpuDu
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวธรรมะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวธรรมะ แสดงบทความทั้งหมด
ททท.พระนครศรีอยุธยา ออกสำรวจความพร้อมวัดต่างๆเข้าร่วมโครงการ ไหว้พระ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ
ททท.พระนครศรีอยุธยา ออกสำรวจความพร้อมวัดต่างๆเข้าร่วมโครงการ ไหว้พระ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 ม.ค. นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปสำรวจวัดสำคัญหลายแห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดตัวโครงการอยุธยามหามงคล ไหว้พระ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ ช่วงเดือน ม.ค.56-ก.ย.56 โดย ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดต่างๆในจังหวัดฯ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ซึ่งปีที่ผ่านมาในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบว่าประชาชนได้ให้ความสนใจกับการเดินทางมาท่องเที่ยววัดต่างๆในจังหวัดพระ นครศรีอยุธยามากขึ้น โดยโครงการนี้ จะเป็นอีกทางหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมจากการเดินทาง
เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวที่วัดใด สามารถถ่ายภาพมุมสุขใจ วัดในอยุธยา ขนาดโปสการ์ด ไหว้ครบ 9 วัด 1 เส้นทางบุญ ก็จะได้รับวัตถุมงคล และถ้าถ่ายภาพ มุมสุขใจ วัดในอยุธยา ครบ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ รับแพคเก็จทัวร์ยกแก๊งค์ แหล่งเรียนรู้มรดกโลก จำนวน 10 รางวัล ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งในปีนี้ก็ยังมีวัดที่อยู่ต่างอำเภอเข้าร่วมจำนวนมาก การท่องเที่ยวฯได้ประสานกับเอกชนในการจัดทำจีพีเอส เพื่อนำทางท่องเที่ยวด้วย
ที่มา : dailynews.co.th

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 ม.ค. นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปสำรวจวัดสำคัญหลายแห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดตัวโครงการอยุธยามหามงคล ไหว้พระ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ ช่วงเดือน ม.ค.56-ก.ย.56 โดย ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดต่างๆในจังหวัดฯ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งปีที่ผ่านมาในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบว่าประชาชนได้ให้ความสนใจกับการเดินทางมาท่องเที่ยววัดต่างๆในจังหวัดพระ นครศรีอยุธยามากขึ้น โดยโครงการนี้ จะเป็นอีกทางหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมจากการเดินทาง

เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวที่วัดใด สามารถถ่ายภาพมุมสุขใจ วัดในอยุธยา ขนาดโปสการ์ด ไหว้ครบ 9 วัด 1 เส้นทางบุญ ก็จะได้รับวัตถุมงคล และถ้าถ่ายภาพ มุมสุขใจ วัดในอยุธยา ครบ 9 วัด 10 เส้นทางบุญ รับแพคเก็จทัวร์ยกแก๊งค์ แหล่งเรียนรู้มรดกโลก จำนวน 10 รางวัล ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งในปีนี้ก็ยังมีวัดที่อยู่ต่างอำเภอเข้าร่วมจำนวนมาก การท่องเที่ยวฯได้ประสานกับเอกชนในการจัดทำจีพีเอส เพื่อนำทางท่องเที่ยวด้วย
ที่มา : dailynews.co.th
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
"สมเด็จพระสังฆราช" ถวายพระพรในหลวง 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555
"สมเด็จพระสังฆราช" ถวายพระพรในหลวง 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555
ทรงเป็นร่มฉัตรใหญ่ ให้แผ่นดินไทยเป็นสุข ทรงชวนคนไทย
ตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรชัย ให้มีพระเกษมสำราญ
ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555
นี้จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยพร้อมกันอธิษฐานจิต
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงพระเกษมสำราญ
ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยยิ่งๆขึ้นไป ตลอดจิรกาล ขอพระราชทานถวายพระพร
ในวันเดียวกันเวลา 07.00 น. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 ณ มณฑลพิธีลานธรรม วัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีหน่วยงานราชการและประชาชนมาร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น
พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ในฐานะเจ้าคณะภาค 17 กล่าวว่า พิธีบรรพชาอุปสมบทวันนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ประกอบกับวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม การบวชในครั้งนี้ มีผู้มาสมัครและผ่านการสอบคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น 125 นาค เมื่อบวชแล้วจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรที่ทางวัดกำหนดไว้อย่าง เคร่งครัด เป็นเวลา 15 วัน และ 1เดือน ตามลำดับ
ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการที่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อเดือนกันยายน 2554 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบโครงการจัดสร้างพระพุทธรูปปางลีลาประจำพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 นั้นในการประชุม มส. เมื่อเร็วๆนี้ได้รายงานความคืบหน้าโครงการดังกล่าวว่าการจัดสร้างพระพุทธรูป ปางลีลาซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า พระพุทธธรรมมิกราชบพิตร ภูมิพลนริศรจตุราสีติวรรษมงคล (พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระธรรมิกราช สร้างถวายในวาระมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา)
นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า พระพุทธรูปปางลีลาจัดสร้างด้วยเนื้อทองคำ 99.99% สูง ตลอดรัศมี 38 ซม. น้ำหนักทองคำประมาณ 20 กิโลกรัม แท่นฐาน 8 เหลี่ยมสร้างด้วยเนื้อทองคำขาวน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ทั้งนี้ มส.ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจำลองตามแบบพระพุทธรูปปางลีลาประจำพระ ชนมพรรษาที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520 ทั้งนี้ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเททอง ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระแก้ว ในวันที่ 23 ธันวาคม 2555ซึ่งการจัดสร้างพระพุทธรูปปางลีลาครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากนอกจาก มส.แล้วยังมีคณะสงฆ์ จีนนิกายและอนัมนิกายและประชาชนคนทั่วประเทศร่วมกันบริจาคเพื่อร่วมจัดสร้าง ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อจัดสร้างพระพุทธรูปเสร็จเรียบร้อย มส.ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป
ที่มา : dailynews.co.th

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5
ธันวาคม 2555 ความว่า ชาติไทยเราได้รักษาสิ่งสำคัญ 2 สิ่ง
ควบคู่กันมาโดยตลอด คือ รักษาพระพุทธศาสนา
และมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขของชาติ
นับได้ว่าเป็นการดำเนินตามพระพุทธภาษิตที่ว่า
“ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม เหมือนฉัตรหรือร่มใหญ่ในฤดูฝน” และ
“พระราชาเป็นประมุขของมนุษย์ทั้งหลาย”
ธรรมเปรียบเสมือนร่มใหญ่ในฤดูฝนของผู้ประพฤติธรรมทั้งปวง
ฉันใดพระราชาผู้ทรงธรรมย่อมเป็นร่มใหญ่ของปวงประชานิกรฉันนั้น
ประเทศไทยเราได้มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นฉัตรใหญ่มาโดยลำดับ
แต่ละพระองค์มีพระราชกฤดาภินิหารต่างๆกัน ตามควรแก่เหตุการณ์ในยุคสมัยนั้นๆ
เป็นประดุจทรงอุปบัติเพื่อกอบกู้สถานการณ์และดำรงรักษาแผ่นดินไว้ให้เป็นสุข
พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าย่อมประจักษ์ว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช
ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เป็นประโยชน์สุขแก่ปวงประชานิกรและบ้าน
เมืองเพียงไร ทรงดำรงพระองค์ในราชธรรมโดยมิได้บกพร่อง
ควรที่ประชาชาวไทยทุกหมู่เหล่าจักได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
และแสดงความจงรักภักดี
ในวันเดียวกันเวลา 07.00 น. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 ณ มณฑลพิธีลานธรรม วัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีหน่วยงานราชการและประชาชนมาร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น
พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ในฐานะเจ้าคณะภาค 17 กล่าวว่า พิธีบรรพชาอุปสมบทวันนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ประกอบกับวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม การบวชในครั้งนี้ มีผู้มาสมัครและผ่านการสอบคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น 125 นาค เมื่อบวชแล้วจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรที่ทางวัดกำหนดไว้อย่าง เคร่งครัด เป็นเวลา 15 วัน และ 1เดือน ตามลำดับ
ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการที่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อเดือนกันยายน 2554 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบโครงการจัดสร้างพระพุทธรูปปางลีลาประจำพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 นั้นในการประชุม มส. เมื่อเร็วๆนี้ได้รายงานความคืบหน้าโครงการดังกล่าวว่าการจัดสร้างพระพุทธรูป ปางลีลาซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า พระพุทธธรรมมิกราชบพิตร ภูมิพลนริศรจตุราสีติวรรษมงคล (พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระธรรมิกราช สร้างถวายในวาระมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา)
นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า พระพุทธรูปปางลีลาจัดสร้างด้วยเนื้อทองคำ 99.99% สูง ตลอดรัศมี 38 ซม. น้ำหนักทองคำประมาณ 20 กิโลกรัม แท่นฐาน 8 เหลี่ยมสร้างด้วยเนื้อทองคำขาวน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ทั้งนี้ มส.ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจำลองตามแบบพระพุทธรูปปางลีลาประจำพระ ชนมพรรษาที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520 ทั้งนี้ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเททอง ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระแก้ว ในวันที่ 23 ธันวาคม 2555ซึ่งการจัดสร้างพระพุทธรูปปางลีลาครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากนอกจาก มส.แล้วยังมีคณะสงฆ์ จีนนิกายและอนัมนิกายและประชาชนคนทั่วประเทศร่วมกันบริจาคเพื่อร่วมจัดสร้าง ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อจัดสร้างพระพุทธรูปเสร็จเรียบร้อย มส.ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป
ที่มา : dailynews.co.th
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
ผนึกกำลังคนรุ่นใหม่สืบสานพระศาสนา
ผนึกกำลังคนรุ่นใหม่สืบสานพระศาสนา
จากแนวคิดในการผลักดันให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมสืบสานพุทธศาสนาในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี ปีครบรอบการตรัสรู้ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้เกิดโครงการอิ่มบุญ ส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรมปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี โดย สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการอิ่มบุญฯ เผยว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อชวนให้แกนนำเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตและปัญญาให้มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักคิดดี ทำดี คิดเป็นทำเป็น และสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ได้ต่อไป พร้อมสร้างเครือข่ายพุทธศาสนาในโรงเรียนร่วมกันเพื่อสืบสานพุทธศาสนาให้ยั่งยืน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 260 โรงเรียน ซึ่งได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่าง ๆ ในการส่งตัวแทนแกนนำนักเรียนและคณะครูอาจารย์เข้าร่วมเป็นอย่างดี และคาดว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอด พร้อมร่วมกันจัดทำกิจกรรมสืบสานพระพุทธศาสนาในกลุ่มนักเรียนได้มากกว่าแสนคนทั่วประเทศ
ก่อนเริ่มสืบสานพระพุทธศาสนาได้มีตัวแทนเยาวชน และคณะครูจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 260 โรงเรียน เดินทางมายังพระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เข้ารับธงธรรมสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อเริ่มต้นขับเคลื่อนพุทธธรรมในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี หนึ่งในกิจกรรมโครงการอิ่มบุญ ส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรม ในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี รวมทั้งรับฟังการกล่าวสัมโมทนียกถา ในหัวข้อ “เยาวชนกับการขับเคลื่อนพุทธธรรมในปีสัมพุทธชยันตี” โดย พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม
เพื่อให้โครงการอิ่มบุญฯ ประสบความสำเร็จ จึงได้มีการจัดหาทุนในการดำเนินงาน โดยจัดทำ “พระกริ่ง อิ่มบุญ”เพื่อเป็นของที่ระลึกและเป็นพุทธานุสติ ให้แก่ผู้ทำบุญและสนับสนุนโครงการอิ่มบุญฯ โดยแบ่งเป็น กริ่งอิ่มบุญ ชุดกรรมการพิเศษ , กริ่งอิ่มบุญ ชุดกรรมการ และ กริ่งอิ่มบุญ ประเภทเนื้อทองคำ เนื้อเงินแท้ เนื้อนวโลหะ เนื้อสัตโลหะ เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อทองระฆัง โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการฯ ซึ่งในวันเสาร์ที่ 9 มิ.ย.นี้ จะมีการทำพิธีมหาพุทธาภิเษกพระสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี (กริ่งอิ่มบุญ) ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้สนใจสั่งจองได้ที่มูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาว โทร. 09-0102-8811, 09-0102-8833 และ 08-1476-6626.
..................................................................................................................................
ที่มา dailynews.co.th
จากแนวคิดในการผลักดันให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมสืบสานพุทธศาสนาในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี ปีครบรอบการตรัสรู้ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้เกิดโครงการอิ่มบุญ ส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรมปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี โดย สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการอิ่มบุญฯ เผยว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อชวนให้แกนนำเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตและปัญญาให้มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักคิดดี ทำดี คิดเป็นทำเป็น และสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ได้ต่อไป พร้อมสร้างเครือข่ายพุทธศาสนาในโรงเรียนร่วมกันเพื่อสืบสานพุทธศาสนาให้ยั่งยืน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 260 โรงเรียน ซึ่งได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่าง ๆ ในการส่งตัวแทนแกนนำนักเรียนและคณะครูอาจารย์เข้าร่วมเป็นอย่างดี และคาดว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอด พร้อมร่วมกันจัดทำกิจกรรมสืบสานพระพุทธศาสนาในกลุ่มนักเรียนได้มากกว่าแสนคนทั่วประเทศ
ก่อนเริ่มสืบสานพระพุทธศาสนาได้มีตัวแทนเยาวชน และคณะครูจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 260 โรงเรียน เดินทางมายังพระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เข้ารับธงธรรมสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อเริ่มต้นขับเคลื่อนพุทธธรรมในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี หนึ่งในกิจกรรมโครงการอิ่มบุญ ส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรม ในปีสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี รวมทั้งรับฟังการกล่าวสัมโมทนียกถา ในหัวข้อ “เยาวชนกับการขับเคลื่อนพุทธธรรมในปีสัมพุทธชยันตี” โดย พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม
เพื่อให้โครงการอิ่มบุญฯ ประสบความสำเร็จ จึงได้มีการจัดหาทุนในการดำเนินงาน โดยจัดทำ “พระกริ่ง อิ่มบุญ”เพื่อเป็นของที่ระลึกและเป็นพุทธานุสติ ให้แก่ผู้ทำบุญและสนับสนุนโครงการอิ่มบุญฯ โดยแบ่งเป็น กริ่งอิ่มบุญ ชุดกรรมการพิเศษ , กริ่งอิ่มบุญ ชุดกรรมการ และ กริ่งอิ่มบุญ ประเภทเนื้อทองคำ เนื้อเงินแท้ เนื้อนวโลหะ เนื้อสัตโลหะ เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อทองระฆัง โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการฯ ซึ่งในวันเสาร์ที่ 9 มิ.ย.นี้ จะมีการทำพิธีมหาพุทธาภิเษกพระสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี (กริ่งอิ่มบุญ) ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้สนใจสั่งจองได้ที่มูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาว โทร. 09-0102-8811, 09-0102-8833 และ 08-1476-6626.
..................................................................................................................................
ที่มา dailynews.co.th
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
“พระสังฆราช”ประทานพระโอวาทวิสาขบูชา
“พระสังฆราช”ประทานพระโอวาทวิสาขบูชา
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันวิสาขบูชา 2555 ความว่า วันวิสาขบูชา อันเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญในพระพุทธศาสนาได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มิ.ย. พุทธศักราช 2555 และสำหรับในปีนี้ นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือ เป็นที่ครบ 26 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือ 2,600 ปีแห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อกล่าวโดยย่นย่อก็คือ สอนให้รู้ถึงความจริงของชีวิต คือ เรื่องทุกข์อันเป็นธรรมชาติของชีวิต และความดับทุกข์ อันเป็นเป้าหมายหรือผลอันพึงประสงค์ของชีวิต
เมื่อกล่าวโดยหลักกว้างๆ ก็คือ สอนให้เว้นชั่ว ทำดี ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ และเมื่อกล่าวโดยหลักปฏิบัติก็คือ สอนให้ปฏิบัติในศีล ปฏิบัติในสมาธิ ปฏิบัติในปัญญา ทั้งนี้ก็เพื่อผลคือประโยชน์สุขของพหูชน หรือเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกทั้งมวล ฉะนั้น เนื่องในอภิลักขิตกาลครบ 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งได้มีการเฉลิมฉลองกันทั่วไป จึงใคร่ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รำลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ได้ทรงพระกรุณาสั่งสอนไว้ดังกล่าวข้างต้น น้อมนำเข้ามาศึกษาและปฏิบัติกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งแนะนำเผยแผ่ไปยังชาวโลกให้กว้างขวางยิ่งๆขึ้น เพื่อศานติสุขของมวลมนุษยชาติตลอดไป ก็จะได้ชื่อว่าได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน
..................................................................................................................................
ที่มา dailynews.co.th
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มจัดงานสมโภชพระมณฑป
วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มจัดงานสมโภชพระมณฑป
พระบรมธาตุดอยผาส้มเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ในอ.สะเมิงมาช้านานแล้ว เป็นดอยสูงตั้งอยู่ที่รอยต่อตำบลแม่สาบและตำบลยั้งเมิน เมื่อครูบาศรีวิชัยได้จาริกมาที่สะเมิง ท่านได้ร่วมกับครูบาอุปาระ สร้างพระสถูปใหม่ในที่เดิม เมื่อกว่า ๗๐ ปี ที่ผ่านมา
เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ คณะสงฆ์นำโดยพระพุทธพจนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ได้ร่วมกันบูรณะพุทธสถานแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ โดยได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านอมลอง อังคาย และยั้งเมิน ทั้งยังมีศรัทธามาจากพุทธบริษัทจากทั่วสารทิศ ร่วมกันสร้างพระมณฑปจัตรุมุข ครอบพระสถูปน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษาใน พ.ศ.๒๕๕๐ โดยมีพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนยอดมณฑป เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙
เดิมทีนั้น วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม เป็นวัดร้าง ขณะเดียวกันพื้นที่ป่าโดยรอบก็ถูกทำลายทั้งไฟป่าและการทำไร่ แต่เมื่อพระครูธรรมคุต หรือ “พระสรยุทธ ชยปัญโญ” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพี่โต้ง" มาจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดก็มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ รวมทั้งสภาพป่ารอบวัดก็ได้รับการฟื้นฟูชนิดที่เรียกว่า "จากหน้ามือเป็นหลังมือ" เลยทีเดียว
ทั้งนี้ท่านได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “บวร” ซึ่งหมายถึง บ้าน วัด โรงเรียน มาใช้เป็นหลักในการพัฒนาทั้งได้อาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และได้ทำกิจกรรม ๔ ด้าน ดังนี้
๑. การอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ดำเนินการทำฝายแฝก ได้รับการสนับสนุนจากโครงการรณรงค์สร้างฝายต้นน้ำ ลำธาร และแฝก อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ๒. การพึ่งพาตนเองและใช้เป็นแนวป้องกันไฟเปียก ในด้านเกษตรอินทรีย์ จัดทำน้ำยาอเนกประสงค์โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและขยะวิทยาได้ทำปุ๋ยหมักน้ำยาฮอร์โมนต่างๆ ยาขับไล่แมลง และการจัดการแยกขยะอย่างถูกวิธี
๓.การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ผลิตไบโอดีเซลจากเมล็ดทานตะวัน สบู่ดำ และ ๔. การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยการบูรณาการ ๘ สาระการเรียนรู้เข้าสู้สู่บริบทชุมชนของตนเอง ทั้งยังน้ำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและไอซีที มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริง
พระครูธรรมคุต บอกว่า ระหว่าง วันเสาร์ที่ ๒-จันทร์ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมโภช พระมณฑปจตุรมุข ศาลา พระพุทธนิมิต และผูกพัทสีมา-บรรพชาอุปสมบท ครั้งประวัติศาสตร์ ในงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ประเพณีเดือนแปดเป็ง (วิสาขบูชา) กำหนดการ เสาร์ที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. บวชชีพราหมณ์ เวลา ๑๖.๐๐ น. พิธีสวดถอนติจีวราวิปวาส ณ อุโบสถมณฑปจตุรมุข เวลา ๒๐.๐๐ น. เป็นต้นไป สวดมนต์ทำวัตรค่ำ-เจริญพระพุทธมนต์ กวนข้าวมธุปายาส ฉลองสมโภชตลอดคืน อาทิตย์ที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๗.๐๐ น. ภิกษุสามเณรบิณฑบาต / ฉันจังหัน เวลา ๐๙.๐๐ น. ปิดทองฝังลูกนิมิต
นอกจากนี้แล้วในช่วงงานทางวัดจัดให้มีการทอดผ้าป่าการทำฝายหรือแท้งก์น้ำบนยอดดอยก็อาจเรียกได้ว่าทำธนาคารฝากน้ำ โดยมีโครงการสร้างกำแพงแท้งก์น้ำรอบวัด ๑,๐๘๐ ชุด ชุดละ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน ต้องเก็บน้ำไว้ให้มาก ช่วงฤดูแล้งไม่ให้ไฟเผา และให้ปล่อยน้ำที่เก็บไว้ชโลมให้ทั่วภูเขา เพื่อให้ต้นไม้น้อยใหญ่เจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์
พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม บัญชี วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ๕๐๕-๐๒๒๑๒๘-๗ ขอรับอนุโมทนาบัตร ติดต่อ คุณวรรณา ๐๘-๑๘๒๑-๓๙๑๔ หรือแฟกซ์ ๐๒-๒๓๖-๒๓๐๘
..................................................................................................................................
ที่มา komchadluek.net
พระบรมธาตุดอยผาส้มเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ในอ.สะเมิงมาช้านานแล้ว เป็นดอยสูงตั้งอยู่ที่รอยต่อตำบลแม่สาบและตำบลยั้งเมิน เมื่อครูบาศรีวิชัยได้จาริกมาที่สะเมิง ท่านได้ร่วมกับครูบาอุปาระ สร้างพระสถูปใหม่ในที่เดิม เมื่อกว่า ๗๐ ปี ที่ผ่านมา
เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ คณะสงฆ์นำโดยพระพุทธพจนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ได้ร่วมกันบูรณะพุทธสถานแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ โดยได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านอมลอง อังคาย และยั้งเมิน ทั้งยังมีศรัทธามาจากพุทธบริษัทจากทั่วสารทิศ ร่วมกันสร้างพระมณฑปจัตรุมุข ครอบพระสถูปน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษาใน พ.ศ.๒๕๕๐ โดยมีพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนยอดมณฑป เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙
เดิมทีนั้น วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม เป็นวัดร้าง ขณะเดียวกันพื้นที่ป่าโดยรอบก็ถูกทำลายทั้งไฟป่าและการทำไร่ แต่เมื่อพระครูธรรมคุต หรือ “พระสรยุทธ ชยปัญโญ” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพี่โต้ง" มาจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดก็มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ รวมทั้งสภาพป่ารอบวัดก็ได้รับการฟื้นฟูชนิดที่เรียกว่า "จากหน้ามือเป็นหลังมือ" เลยทีเดียว
ทั้งนี้ท่านได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “บวร” ซึ่งหมายถึง บ้าน วัด โรงเรียน มาใช้เป็นหลักในการพัฒนาทั้งได้อาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และได้ทำกิจกรรม ๔ ด้าน ดังนี้
๑. การอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ดำเนินการทำฝายแฝก ได้รับการสนับสนุนจากโครงการรณรงค์สร้างฝายต้นน้ำ ลำธาร และแฝก อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ๒. การพึ่งพาตนเองและใช้เป็นแนวป้องกันไฟเปียก ในด้านเกษตรอินทรีย์ จัดทำน้ำยาอเนกประสงค์โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและขยะวิทยาได้ทำปุ๋ยหมักน้ำยาฮอร์โมนต่างๆ ยาขับไล่แมลง และการจัดการแยกขยะอย่างถูกวิธี
๓.การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ผลิตไบโอดีเซลจากเมล็ดทานตะวัน สบู่ดำ และ ๔. การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยการบูรณาการ ๘ สาระการเรียนรู้เข้าสู้สู่บริบทชุมชนของตนเอง ทั้งยังน้ำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและไอซีที มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริง
พระครูธรรมคุต บอกว่า ระหว่าง วันเสาร์ที่ ๒-จันทร์ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมโภช พระมณฑปจตุรมุข ศาลา พระพุทธนิมิต และผูกพัทสีมา-บรรพชาอุปสมบท ครั้งประวัติศาสตร์ ในงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ประเพณีเดือนแปดเป็ง (วิสาขบูชา) กำหนดการ เสาร์ที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. บวชชีพราหมณ์ เวลา ๑๖.๐๐ น. พิธีสวดถอนติจีวราวิปวาส ณ อุโบสถมณฑปจตุรมุข เวลา ๒๐.๐๐ น. เป็นต้นไป สวดมนต์ทำวัตรค่ำ-เจริญพระพุทธมนต์ กวนข้าวมธุปายาส ฉลองสมโภชตลอดคืน อาทิตย์ที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๗.๐๐ น. ภิกษุสามเณรบิณฑบาต / ฉันจังหัน เวลา ๐๙.๐๐ น. ปิดทองฝังลูกนิมิต
นอกจากนี้แล้วในช่วงงานทางวัดจัดให้มีการทอดผ้าป่าการทำฝายหรือแท้งก์น้ำบนยอดดอยก็อาจเรียกได้ว่าทำธนาคารฝากน้ำ โดยมีโครงการสร้างกำแพงแท้งก์น้ำรอบวัด ๑,๐๘๐ ชุด ชุดละ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน ต้องเก็บน้ำไว้ให้มาก ช่วงฤดูแล้งไม่ให้ไฟเผา และให้ปล่อยน้ำที่เก็บไว้ชโลมให้ทั่วภูเขา เพื่อให้ต้นไม้น้อยใหญ่เจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์
พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม บัญชี วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ๕๐๕-๐๒๒๑๒๘-๗ ขอรับอนุโมทนาบัตร ติดต่อ คุณวรรณา ๐๘-๑๘๒๑-๓๙๑๔ หรือแฟกซ์ ๐๒-๒๓๖-๒๓๐๘
..................................................................................................................................
ที่มา komchadluek.net
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
๒๖ พุทธศตวรรษ วิสาขปุณณมีความหมาย
๒๖ พุทธศตวรรษ วิสาขปุณณมี ความหมายแห่งการตรัสรู้ที่เป็นไปได้จริง : คอลัมน์พึ่งตนพึ่งธรรม : โดย...พระชาย วรธัมโม เรื่อง/ภาพ
วิสาขะ เป็นวันที่เจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้ธรรม เปลี่ยนภาวะจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นพุทธะ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คนไทยพุทธจำนวนมากรับรู้และเข้าใจคำว่า ตรัสรู้ คือการบรรลุธรรมแค่ตามตัวอักษร แต่ไม่รู้ความหมายที่ลึกซึ้ง ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยละวางความคาดหวังการตรัสรู้ไว้ที่ภพชาติเบื้องหน้ามากกว่าจะคาดหวังถึงการบรรลุธรรมในชาติปัจจุบัน ดังคำอธิษฐานการทำบุญทุกครั้งว่า ขอให้ถึงพระนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้น เทอญ ... ซึ่งหมายความว่าเกิดภพใดชาติใดก็ขอให้ถึงนิพพานในอนาคตกาลทุกชาติไป ในที่สุดก็ไม่ถึงนิพพานกันสักทีเพราะเกิดชาติใหม่ทีไรก็ขอให้ถึงนิพพานในอนาคตกาลอยู่ร่ำไป
การจะรู้สึกว่าการบรรลุธรรมสามารถมีได้เป็นได้ในชาตินี้จึงกลายเป็นเรื่องยาก และมักคิดว่าการบรรลุธรรมหรือการเข้าถึงนิพพานเป็นเรื่องไกลตัว ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือชาวพุทธหลายคนต่างก็คิดว่าตนเองไม่สามารถบรรลุธรรมได้ไม่ว่าชาติไหนๆ โดยให้เหตุผลว่าตนเองกิเลสหนา คิดกันไปแบบนี้ก็มีไม่น้อย
ผู้เขียนจึงมีคำถามท้าทายว่าหากชาวพุทธจะพากันเชื่อว่าการบรรลุธรรมมีไม่ได้ในชาตินี้แล้วพุทธศาสนาจะมีประโยชน์อะไร เพราะจุดประสงค์หลักของพุทธศาสนาก็คือการปฏิบัติตนเองไปสู่ การบรรลุธรรม ถ้าเช่นนั้นพุทธศาสนาก็เป็นได้แค่ลัทธิมอมเมาประชาชนลัทธิหนึ่งให้เคลิบเคลิ้มไปกับการทำบุญแล้วลุ่มหลงเสพติดไปกับการอธิษฐานถึงนิพพานในชาติหน้าไปวันๆ
แต่ผู้เขียนไม่เชื่อแบบนั้น
เราเชื่อว่าทุกคนสามารถบรรลุธรรมได้ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าก็เชื่อมั่นว่าคำสอนของท่านสามารถทำคนให้พ้นทุกข์ได้ บรรลุธรรมได้ ตรัสรู้ตามได้ และยังประโยชน์ให้กับคนรุ่นหลังอีกมากมายในอนาคต ท่านจึงลงหลักปักฐานคำสอนของท่านให้มั่นคงผ่านองค์กรชื่อ พุทธบริษัท ๔
ถ้าการบรรลุธรรมมีได้และเป็นได้ในยุคสมัยของพระองค์ซึ่งผ่านกาลล่วงเลยมาแล้ว ๒,๖๐๐ ปี การบรรลุธรรมในปัจจุบันก็น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะคำว่า อกาลิโก มีความหมายว่าผลแห่งธรรมไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่ว่าใครจะประพฤติปฏิบัติธรรม พ.ศ. ไหนเวลาอะไร ใครคนนั้นก็สามารถได้รับผลของการปฏิบัติธรรมทันทีเมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อม
ความคิดความเชื่อที่ว่าตนเองไม่สามารถบรรลุธรรมได้ไม่ว่าชาติไหนๆ จึงกลายเป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ต่อความรู้ความเข้าใจที่มีต่อพุทธศาสนาของคนไทยเลยทีเดียว รวมทั้งเป็นปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเองเกี่ยวกับการบรรลุธรรมของคนไทยเองด้วย
ผู้เขียนเองสมัยเป็นฆราวาสก็ไม่ได้มีความสนใจอะไรในพุทธศาสนามากมายนัก ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการบรรลุธรรมทั้งไม่คิดว่าเราจะมีความสามารถบรรลุธรรมเช่นเดียวกับคนอี่นๆ ที่น่าจะคิดคล้ายๆ กัน ต่อมาความคิดความเชื่อนี้ก็เปลี่ยนเป็นความเข้าใจใหม่ๆ และเชื่อมั่นว่าการบรรลุธรรมสามารถมีได้เป็นได้ในชาตินี้ สาเหตุเพราะผู้เขียนมีโอกาสใช้ชีวิตเป็นนักบวชในพุทธศาสนามานานกว่า ๒๐ ปี ได้เข้าไปนั่งใกล้พระพุทธ เข้าไปนั่งใกล้พระธรรม ทั้งยังได้เป็นพระสงฆ์ มีโอกาสฝึกฝนปฏิบัติธรรมในรูปแบบของนักบวช
เหตุปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ผู้เขียนเปลี่ยนวิธีคิดจากที่เคยคิดว่าเราบรรลุธรรมไม่ได้ก็กลายเป็นว่าเราสามารถบรรลุธรรมได้ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราควรหันมาสนับสนุนผู้หญิงให้มีโอกาสบวชเป็นภิกษุณีกัน ไม่เช่นนั้นแล้วผู้หญิงจะพูดได้ว่า ก็ท่านเป็นผู้ชายท่านมีโอกาสบวชมีโอกาสลิ้มรสพระธรรม ผู้หญิงจะมีโอกาสเข้าใจภาวะที่ท่านเข้าถึงนั้นได้อย่างไรหากไม่มีโอกาสใช้ชีวิตเป็นนักบวชเช่นท่าน
ผู้เขียนอยากแบ่งปันประสบการณ์ของตนเองว่าความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรลุธรรมนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ก่อนมาบวชผู้เขียนเป็นนักศึกษาแผนกการท่องเที่ยว วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ และยังเป็นนักร้องนำวงดนตรีของวิทยาเขต มีชื่อวงว่า เทคแบนด์ สมัยนั้นผู้เขียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสุขว่า ความสุขคือการได้ร้องเพลงสนุกๆ ให้คนได้ฟังได้เต้นรำกันสนุกสนาน การเข้าวัดเข้าวามีชีวิตสงบภายในวัดเป็นทางเลือกและเป็นความสุขของคนที่ปลงแล้วกับชีวิต
จนกระทั่งชีวิตหันเหเข้ามาบวชโดยบังเอิญ เมื่อเวลาผ่านไปความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับความสุขข้างต้นก็เปลี่ยนไป เราเริ่มเข้าใจนิยามของความสุขในแบบใหม่ๆ ว่าความสุขที่แท้จริงคือความสงบที่เกิดจากข้างในไม่ได้มาจากข้างนอก ความสุข สนุกสนานจากการร้องรำทำเพลง จากการดูหนังฟังเพลงอาจเป็นความสุขก็จริง แต่ก็ยังมีความสุขที่ล้ำลึกไปกว่านั้น นั่นก็คือความสุขจากการทำจิตให้สงบผ่านการทำสมาธิ
มุมมองเกี่ยวกับความสุขและการมองโลกที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้ผู้เขียนกลายเป็นพระอรหันต์ไปซะทีเดียวแต่ก็น่าจะเรียกได้ว่าทำให้คนๆ หนึ่งเกิดมุมมองที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับความสุขที่แท้จริงในชีวิต นี่ถ้าไม่ได้มาบวชเป็นพระละก็ผู้เขียนอาจจะไม่มีโอกาสเข้าใจอะไรลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้เป็นแน่
ถ้าธรรมะของพระพุทธองค์สามารถทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับชีวิตไปได้ถึงเพียงนี้ ก็เชื่อได้ว่าการบรรลุธรรมที่หรือการตรัสรู้ธรรมย่อมมีอยู่และเป็นไปได้จริง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดผู้เขียนจึงเชื่อว่าเราทุกคนสามารถบรรลุธรรมกันได้ในชาตินี้
ในที่สุดแล้วคำว่า 'ตรัสรู้' หรือการบรรลุธรรม มีความหมายสั้นๆ ง่ายๆ ว่า คือความเข้าใจในชีวิตและโลกนั่นเอง
แต่ก่อนเราอาจจะไม่เข้าใจชีวิตไม่เข้าใจโลก แต่เมื่อเราศึกษาธรรมะทำให้เราเข้าใจชีวิตขึ้นมาเล็กน้อยนั่นก็คือเรากำลังบรรลุธรรมน้อยๆ เมื่อเราเข้าใจชีวิตและโลกมากขึ้นนั่นก็คือเรากำลังบรรลุธรรมมากขึ้น การตรัสรู้ไม่ใช่อะไรที่สูงส่งที่เราจะต้องปีนป่าย ไม่ใช่การต้องเข้าไปจำศีลอยู่ในถ้ำเป็นระยะเวลานานๆ การตรัสรู้ก็คือเรายังเป็นคนธรรมดาๆ ที่ยังต้องเดินบนดินกินข้าวสุกอยู่เช่นเดิม แตกต่างกันตรงที่เราเข้าใจชีวิตเข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น สิ่งนี้น่าจะเป็นคำจำกัดความของคำว่า ตรัสรู้ ที่น่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุด
เราควรจะขอบคุณเจ้าชายที่ชื่อ สิทธัตถะ ผู้มอบของขวัญชิ้นพิเศษให้มนุษย์เราได้เรียนรู้ถึงการเปลี่ยนผ่านจากจิตที่วุ่นวายไปสู่จิตที่สงบและรู้แจ้งซึ่งเรียกว่าการตรัสรู้
วันวิสาขะ เป็นวันที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงคืนนั้น สิทธัตถะได้ตรัสรู้ธรรมแห่งความเข้าใจในชีวิตที่ลึกซึ้ง ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนแต่เรียบง่ายภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายามดึกสงัดอันเงียบสงบ ณ ใต้ต้นโพธิ์ต้นหนึ่งบนดินแดนที่ห่างไกลอันมีชื่อเรียกว่าชมพูทวีป ชายหนุ่มได้บรรลุธรรมแล้วที่ใต้ต้นโพธิ์ต้นนั้น
ในเมื่อการตรัสรู้ธรรมในคืนวันวิสาขะคือเรื่องจริงที่เป็นไปได้ เราก็ควรเปลี่ยนคำอธิษฐานการทำบุญกันเสียใหม่ด้วยว่า ขอให้ถึงพระนิพพานในปัจจุบันกาลนี้ด้วยเทอญ...
(๒๖ พุทธศตวรรษ วิสาขปุณณมี ความหมายแห่งการตรัสรู้ที่เป็นไปได้จริง : คอลัมน์พึ่งตนพึ่งธรรม : โดย...พระชาย วรธัมโม เรื่อง/ภาพ )
..................................................................................................................................
ที่มา komchadluek.net
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
๒,๖๐๐ปีพุทธชยันตีเพื่อมนุษยชาติ
๒,๖๐๐ปีแห่งการตรัสรู้ธรรมกับ...งานประชุม “วิสาขบูชานานาชาติ พ.ศ.๒๕๕๕” : เรื่อง / ภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู
การจัดงานพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นอภิลักขิตกาลที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี นับเป็นวโรกาสมหามงคลพิเศษที่นำความปลาบปลื้มปีติมาสู่มวลมนุษย์พุทธศาสนิกชน ทั่วทั้งโลก โดยประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาต่างกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงเทศกาลสัปดาห์วันวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งนิยมเรียกว่างานฉลองสัมพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้
ในวาระโอกาสพิเศษที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี ในวันวิสาขบูชา ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ หน่วยงานภาครัฐและองค์กรทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ได้มีความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการจัดงาน เฉลิมฉลองเป็นพิเศษ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ มีความมุ่งมั่นที่จะจัดงานถวายเป็นพุทธบูชา
รัฐบาลไทยได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ชาวพุทธนานาชาติรู้จักประเทศไทย ในฐานะเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ขณะเดียวกันที่สำคัญก็คือ จะต้องทำให้ ชาวพุทธในเมืองไทย เกิดความตื่นตัวมากขึ้นด้วย โดยมีองค์กรต่างๆ ร่วมกันขับเคลื่อน พร้อมทั้งเชิญชวนแขกของรัฐบาล และผู้นำชาวพุทธนานาชาติเข้าร่วมงาน และขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้มีส่วนร่วมในการจัดงานอย่าง ยิ่งใหญ่ ใช้สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์
ทั้งนี้ได้กำหนดให้ พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นศูนย์กลางการจัดงาน และสถานที่จัดงานอื่นๆ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรม อย่างเป็นเอกภาพพร้อมเพรียง ในการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
รูปแบบของการจัดงาน ๓ ด้าน ประกอบด้วย ๑.ด้านการศึกษา การเผยแผ่ การปฏิบัติบูชา มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการศึกษา การเผยแผ่ การปฏิบัติบูชา และการมีส่วนร่วมขององค์กรทุกภาคส่วน และประชาชนในการจัดงานฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดำเนินการจัดกิจกรรม
๒.ด้านวิชาการ จัดกิจกรรมประชุมสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับพุทธประวัติ หลักธรรมคำสอนโดยมีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการทั้งนานาชาติ และการประชุมสัมมนาวิชาการภาคภาษาไทย โดยให้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนสาขาพระพุทธศาสนา เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
และ ๓.ด้านกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม มีกระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับเครือข่าย เช่น มูลนิธิ หอจดหมายเหตุ เป็นต้น จัดหาการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม และการแสดงภาพยนตร์เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงอันบ่งบอกถึงการส่งเสริมและประกาศสรรเสริญพระคุณขององค์ สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้า เป็นการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศบนเวทีนานาชาติ ให้เกิดความยิ่งใหญ่ในการจัดงานวิสาขบูชาโลก
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ บอกว่า การจัดงานฉลองเนื่องในอภิลักขิตกาลที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ เรียกว่า สัมพุทธชยันตี ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชาวพุทธทั่วโลกได้ตระหนักที่จะนำหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และตรัสสั่งสอนอันประเสริฐ ส่งเสริมให้มวลมนุษย์มีสันติสุขและสันติภาพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน และประการสำคัญการจัดงานฉลองสัมพุทธชยันตีในปีนี้ ก็เพื่อให้ชาวพุทธทุกเพศทุกวัยได้รู้จัก เข้าใจ เข้าถึงหลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น
พระพุทธปัญญาเพื่อมนุษยชาติ
การจัดงาน “วิสาขบูชานานาชาติ” ครั้งที่ ๙ พระธรรมโกศาจารย์ บอกว่า นอกจากเพื่อเป็นการถวายพุทธบูชาฉลองครบรอบ ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษาในปีที่ผ่านมา
ระหว่างวันที่ ๓๑ พฤษภาคม-๒ มิถุนายนนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา และ มจร. ได้กำหนดจัดประชุมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ ๙ ขึ้นภายใต้หัวข้อ พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ (The Buddha's Enlightenment for the well-being of Humanity) ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ และพุทธมณฑล จ.นครปฐม ตามมติคณะกรรมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติซึ่งเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานฯดังกล่าว
ในงานนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย โดยวันที่ ๓๑ พฤษภาคม จะมีพิธีเปิดการประชุม ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทั้งยังมีการจัดเสวนาทางวิชาการ แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑.พุทธปัญญาและการปรองดอง (Buddhist Wisdom for Reconciliation) ๒.พุทธปัญญาและสิ่งแวดล้อม(Buddhist Wisdom for Environment) และ ๓.พุทธปัญญาและการปรับเปลี่ยนชีวิตมนุษย์(Buddhist Wisdom for Human Transformation) ขณะเดียวกันยังมีการจัดสัมมนาเรื่องพุทธปรัชญาและกรรมฐาน, ประมวลทัศนะและพุทธปรัชญา, การสอนพุทธธรรมในต่างประเทศ และพุทธจิตบำบัด
นอกจากนั้นยังมีการจัดประชุมเพื่อจัดทำสหบรรณานุกรมตำราทางพุทธศาสนา (UCBT) นำเสนอผลสรุปโครงการพระไตรปิฎกสากล (CBT) การแสดงวัฒนธรรมนานาชาติ อาทิ ประเทศจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ศรีลังกา อินโดนีเซีย และไทย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา พระธรรมโกศาจารย์ ได้เดินทางไปร่วมประชุมสวดมนต์เพื่อสันติภาพโลก ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา พร้อมเข้าพบ ฯพณฯ มหินทรา ราชปักษา ประธานาธิบดีศรีลังกา เพื่อพูดคุยด้านการพระศาสนา พร้อมยืนยันความพร้อมของคณะสงฆ์ไทยและรัฐบาลไทย ในการให้การต้อนรับท่านประธานาธิบดีที่จะเดินทางมาร่วมงานวิสาขบูชาโลก ณ ประเทศไทยในปลายเดือนพฤษภาคมนี้
..................................................................................................................................
ที่มา komchadluek.net
ป้ายกำกับ:
ข่าวธรรมะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














